ประวัติยุวกาชาด

1
กาชาดและยุวกาชาด
ยุวกาชาด
ประวัติยุวกาชาด
history_24

          กิจการยุวกาชาดเป็นกิจกรรมสำหรับเยาวชนระหว่าง 7- 25 ปีได้รับการสถาปนาขึ้นเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2465 โดยสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต อุปนายกสภากาชาดสยามในขณะนั้น ด้วยทรงเห็นว่าสภากาชาดบางประเทศได้จัดตั้งกาชาดสำหรับเด็กขึ้นบ้างแล้ว จึงเห็นควรที่สภากาชาดสยามจะได้จัดตั้งขึ้นบ้าง จากวันนั้น ถึงวันนี้ กิจการยุวกาชาดได้มีพลวัตและนวัตกรรมมากมาย จากรุ่น สู่รุ่น ที่อยากถ่ายทอดให้รุ่นต่อไปได้ทราบ

          ยุวกาชาดเกิดขึ้นจากมติที่ประชุมสหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ เมื่อ ค.ศ. 1919 (พ.ศ. 2462) โดยที่ประชุมได้มีข้อเสนอแนะว่า “สภากาชาดทุกชาติควรจัดตั้งกาชาดสำหรับเด็ก เพื่อฝึกอบรมเยาวชนให้รู้จักการกินดี อยู่ดี รักษาสุขภาพอนามัย มีเมตตาสงสารเพื่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ไม่ว่าชาติ ศาสนาใดๆ มีศรัทธา เสียสละ และบำเพ็ญประโยชน์แก่สังคม โดยจัดกิจกรรมและดำเนินการให้สอดคล้องกับระบบการศึกษาของแต่ละประเภท ดังนั้นเมื่อแรกก่อตั้ง มีชื่อว่า กองอนุสภากาชาดสยาม สภากาชาดไทยจึงได้ฝากกิจการยุวกาชาดไว้กับกระทรวงศึกษาธิการ ด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นกิจการอันเกี่ยวเนื่องกับการศึกษาและกระทรวงศึกษาธิการได้ดูแลกิจการลูกเสืออยู่แล้ว โดยสภากาชาดไทยเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปี ต่อมาพุทธศักราช 2476 กระทรวงศึกษาธิการได้มอบหมายให้กรมพลศึกษาเป็นผู้ดูแลกิจการยุวกาชาด โดยได้จัดสรรข้าราชการส่วนหนึ่งร่วมดำเนินการ มีผู้บริหารสูงสุดเป็นข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการ

          กิจการยุวกาชาดได้เจริญเติบโตขึ้นตามลำดับ มีการพัฒนา เปลี่ยนแปลง ปรับปรุงใหม่หลายด้านทั้งหลักสูตรการเรียน การสอน การจัดกิจกรรม ข้อบังคับต่างๆ รวมถึงกลุ่มเป้าหมาย เช่นเปลี่ยนชื่อจากกองอนุสภากาชาดสยาม เป็นกองอนุกาชาดกองยุวกาชาด และสำนักงานยุวกาชาด ตามลำดับ รวมถึงขยายอายุเยาวชนกลุ่มเป้าหมายจาก 7- 18 ปี เป็น 7-25 ปี

          สภากาชาดไทยและกระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินกิจการยุวกาชาดร่วมกันตลอดมานับจาก พ.ศ. 2465 จนกระทั่ง พ.ศ. 2546 รัฐบาลได้ปฏิรูประบบราชการ มีการยุบรวมหน่วยงานเข้าด้วยกัน ทำให้กรมพลศึกษาไปรวมอยู่กับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และให้งานยุวกาชาด ลูกเสือ และสารวัตรนักเรียน ไปอยู่ภายใต้สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการและยกฐานะเป็น สำนักการลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน โดยได้ย้ายที่ทำงานไปยังกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย จึงได้ย้ายกลับมายังสภากาชาดไทย และมี นายแพทย์พินิจ กุลละวณิชย์ เป็นผู้อำนวยการซึ่งนับได้ว่าเป็นผู้อำนวยการสำนักยุวกาชาดคนแรกที่เป็นบุคลากรสภากาชาดไทย

history_28

          ปัจจุบัน กิจการยุวกาชาดจึงอยู่ในความดูแลของ 2 หน่วยงาน คือ สภากาชาดไทย โดยสำนักงานยุวกาชาดรับผิดชอบเยาวชนชายหญิง อายุระหว่าง 15-25 ปี ที่เรียกว่าอาสายุวกาชาด และกระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักการลูกเสือยุวกาชาดและกิจการนักเรียน รับผิดชอบเยาวชนชายหญิง อายุระหว่าง 7- 18 ปี ที่เรียกว่าสมาชิกยุวกาชาดโดยทั้ง 2 หน่วยงานยังคงมีการประสานการดำเนินงานร่วมกัน

ภารกิจของยุวกาชาด

          สำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย ได้ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานพัฒนาเยาวชนต่างๆ ในการเผยแพร่การกาชาดสู่เยาวชน ตามภารกิจหลัก 4 ประการ คือ

  1. มีอุดมคติในศานติสุข (Education for Peace)
  2. มีความชำนาญในการรักษาอนามัยของตนเอง และของผู้อื่น (Good Health)
  3. รู้จักบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น (Good Service)
  4. มีสัมพันธภาพอันดีกับบุคคลทั่วไป (International Friendship)

          โดยนอกจากวัตถุประสงค์ยุวกาชาดสากลแล้ว ในข้อบังคับสภากาชาดไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 68 ) พุทธศักราช 2550 หมวดที่ 9  ว่าด้วยยุวกาชาด ยังได้มีการกำหนดวัตถุประสงค์ยุวกาชาดไทย ซึ่งมี 6 ประการ คือ

เพื่อฝึกอบรมให้เยาวชนชายและหญิง

  1. มีอุดมคติในศานติสุข มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
  2. มีความรู้ ความชำนาญในการรักษาอนามัยของตนเองและของคนอื่นตลอดจนการพัฒนาตนเองทางร่างกาย จิตใจ คุณธรรม และธำรงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาติ
  3. มีความรู้ ความเข้าใจในหลักการและอุดมการณ์กาชาด มีคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตใจเมตตา กรุณาต่อเพื่อนมนุษย์
  4. บำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ชุมชน สังคม และประเทศชาติ
  5. มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  6. มีสัมพันธ์ภาพและมิตรภาพที่ดีกับบุคคลทั่วไป

 

พ.ศ.
2465
พ.ศ. 2465

วันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2465 ก่อตั้งกองอนุสภากาชาดขึ้น  ตามข้อบังคับของสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) ว่าด้วยอนุสภากาชาดสยาม

พ.ศ.
2466
พ.ศ. 2466

มีหนังสือพิมพ์รายเดือนสำหรับอนุสภากาชาดขึ้นเป็นฉบับแรกชื่อว่า “อนุสภากาชาดอุปกรณ์” แจกให้กับอนุกาชาดทุกคน เพื่อเผยแพร่กิจการอนุกาชาด

พ.ศ.
2476
พ.ศ. 2476

กระทรวงศึกษาธิการได้มอบให้กรมพลศึกษาเป็นผู้ดูแลกองอนุสภากาชาด

พ.ศ.
2485
พ.ศ. 2485

สภากาชาดไทยได้เปลี่ยนชื่อ กองอนุสภากาชาด เป็น “กองอนุกาชาด” โดยตัดคำว่า “สภา” ออกไป

พ.ศ.
2494
พ.ศ. 2494

เปลี่ยนชื่อหนังสือพิมพ์รายเดือนจาก “อนุสภากาชาดอุปกรณ์” เป็น “อนุ+กาชาด” โดยเริ่มนับเป็นวารสารฉบับปฐมฤกษ์ ประจำเดือนกันยายน 2494 ฉบับที่ 1 ปีที่ 1

พ.ศ.
2521
พ.ศ. 2521

16 มีนาคม พ.ศ. 2521 “กองอนุกาชาด” ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “กองยุวกาชาด” และขยายอายุจาก 7-18 ปี เป็น 7-25 ปี จึงรวมถึงนักเรียน นิสิตนักศึกษาที่เรียนอยู่ในระดับอาชีวศึกษา เตรียมอุดมศึกษา ทั้งในสถานศึกษาและนอกสถานศึกษา นอกจากนี้ ยังรวมถึงเยาวชนผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษาอีกด้วย

พ.ศ.
2546
พ.ศ. 2546

รัฐบาลได้ปฏิรูประบอบราชการโดยการปรับปรุงโครงสร้างของกระทรวง ทบวง กรมใหม่ ทำให้มีการปรับเปลี่ยนให้กรมพลศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ไปรวมอยู่กับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และให้งานยุวกาชาด ลูกเสือและสารวัตรนักเรียน ไปอยู่ภายใต้สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และยกฐานะเป็น สำนักการลูกเสือ ยุวกาชาด และกิจการนักเรียน โดยได้ย้ายที่ทำการไปยังกระทรวงศึกษาธิการ ส่วนสำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย ได้ย้ายที่ทำการกลับมาอยู่ตึกจิรกิติ สภากาชาดไทย

พ.ศ.
2546
พ.ศ. 2546

8 ตุลาคม พ.ศ. 2546 สภากาชาดไทยแต่งตั้ง รองศาสตราจารย์ นายแพทย์พินิจ กุลละวณิชย์ เป็นผู้อำนวยการสำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย ซึ่งนับว่าเป็นผู้อำนวยการคนแรกของสำนักงานยุวกาชาด ที่เป็นบุคลากรของสภากาชาดไทย


1,751 จำนวนผู้เข้าชมทั้งหมด , 4 จำนวนผู้เข้าชมวันนี้