กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

กาชาดและยุวกาชาด
กาชาดสากล
กฏหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

           ความคิดเห็นของนายอังรี ดูนังต์ นอกจากริเริ่มให้มีการก่อตั้งกลุ่มองค์กรกาชาดระหว่างประเทศ และสภากาชาดประจำชาติแล้ว ความคิดของเขาอีกประการหนึ่งคือ การกำหนดข้อตกลงร่วมกันระหว่างประเทศ เพื่อการป้องกันคุ้มครองชีวิตและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในยามสงคราม หรือขัดกันทางอาวุธ ที่เรียกว่า “กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ”  (International Humanitarian Law : IHL) ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจาก อนุสัญญาเจนีวา 4 ฉบับ  เพื่อคุ้มครองทหารและพลเรือนตลอดทั้ง พิธีสารเพิ่มเติม  เพื่อให้ครอบคลุมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากสงครามและความขัดแย้งกันทางอาวุธมากยิ่งขึ้น

อนุสัญญาเจนีวา

เป็นสาระสำคัญของ IHL ในการคุ้มครองและช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากสงครามและการขัดกันทางอาวุธ ผลการประชุมทางการทูตระหว่างประเทศ เมื่อ พ.ศ. 2492 ได้มีการลงนามรับรอง อนุสัญญาเจนีวา 4 ฉบับ

อนุสัญญาฉบับที่ 1 ว่าด้วยการคุ้มครองและช่วยเหลือทหารบาดเจ็บ เจ็บป่วยในสนามรบ

อนุสัญญาฉบับที่ 2  ว่าด้วยการคุ้มครองและช่วยเหลือทหารบาดเจ็บ เจ็บป่วยในสงครามทางทะเล

อนุสัญญาฉบับที่ 3 ว่าด้วยการกำหนดสถานภาพและการปฏิบัติต่อเชลย

อนุสัญญาฉบับที่ 4 ว่าด้วยการคุ้มครองและช่วยเหลือพลเรือนในเขตพื้นที่ที่มีการขัดแย้งกันทางอาวุธ

สาระสำคัญของอนุสัญญาเจนีวา

ประเทศภาคีทั้งหลายจักดำเนินการเพื่อเคารพและประกันให้มีการเคารพ

– ผู้บาดเจ็บต้องไม่ถูกทอดทิ้ง

– ผู้ป่วยต้องได้รับการดูแล

– ผู้เสียชีวิตต้องถูกค้นหา

– พาหนะเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บต้องได้รับการคุ้มครอง

– เชลยศึกต้องได้รับการปลดปล่อยและส่งกลับโดยไม่ชักช้า

– ให้ความช่วยเหลือแก่เรืออับปาง

– โรงพยาบาลต้องไม่ถูกคุกคาม

– หีบห่อยาและเวชภัณฑ์มีเส้นทางลำเอียงที่ปลอดภัย

– สตรีต้องได้รับความคุ้มครองเป็นพิเศษให้พ้นจากการถูกข่มขืน

– ห้ามการปล้นสะดม

– ห้ามแก้แค้นผู้ที่ได้รับการคุ้มกัน

– เป็นหลักของกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

– เป็นตราสารระหว่างประเทศที่สำคัญที่สุดในการป้องกันศักดิ์ศรีของมนุษย์ในยามสงคราม

– เป็นอนุสัญญาที่ได้รับการให้สัตยาบันมากที่สุดในโลก (191 ประเทศ)

พิธีสารเพิ่มเติม

พิธีสารเพิ่มเติม ( The Additional Protocols) คือกฎหมาย IHL ที่ขยายความเพิ่มเติมอนุสัญญาเจนีวา เพื่อให้มีประสิทธิภาพการปกป้องชีวิต และศักดิ์ศรีของเพื่อนมนุษย์ โดยเฉพาะกลุ่มพลเรือนให้ได้รับการคุ้มครองมากยิ่งขึ้น จึงมีการลงนามรับรอง พิธีสารเพิ่มเติม 2 ฉบับ ใน พ.ศ. 2550

– พิธีสารฉบับที่ 1 การคุ้มครองพลเรือน ซึ่งได้รับผลกระทบจากการขัดกันทางอาวุธระหว่างประเทศครอบคลุมถึงทรัพย์สินของพลเรือน อุปกรณ์รักษาพยาบาล แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ และกำหนดวิธีการใช้อาวุธในการทำสงคราม

– พิธีสารฉบับที่ 2 การคุ้มครองพลเรือนซึ่งได้รับผลกระทบจากการขัดแย้งที่มิใช่ระหว่างประเทศ เช่น สงครามกลางเมือง การขัดแย้งระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายกบฏ

 สาระสำคัญของพิธีสารเพิ่มเติม

– ต้องจำกัดวิธีการในการทำสงคราม

– ต้องแยกแยะพลเรือนออกจากผู้ที่ทำการสู้รบ (ทหาร)

– ห้ามทำลายสิ่งที่จำเป็นต่อความอยู่รอดของพลเรือน

– ห้ามเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี เข้าร่วมในการสู้รบ

Untitled-1

ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

             กาชาด ถือกำเนิดมาเพื่อการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์เพื่อนมนุษย์ วัตถุประสงค์คือ การป้องกันชีวิตและสุขภาพ การเคารพในสิทธิของมนุษย์ รวมทั้งการส่งเสริมสัมพันธภาพ ความร่วมมือเพื่อสันติสุขที่ยั่งยืนของมนุษยชาติ เป็นการช่วยเหลือโดยไม่แบ่งเชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา ชนชั้น และลัทธิการเมือง นี่คือหลักการกาชาดที่สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงประเภทต่างๆ ยึดถือปฏิบัติในการดำเนินงานตลอดมา คำว่า”ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” (Human Dignity) ในการดำเนินงานของกาชาด จึงมีความสำคัญมากเพราะมนุษย์ทุกคนมีคุณค่า มีศักดิ์ศรีที่ผู้อื่นมิอาจจะล่วงละเมิดได้ การปฏิบัติการของกาชาด จึงทำหน้าที่ปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ทั้งในยามสงคราม และเมื่อเกิดภัยพิบัติต่างๆ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์จะต้องได้รับการคุ้มครองจากรัฐอีกด้วย

             สำหรับประเทศไทย กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2550 ได้บัญญัติการรับรองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ไว้ว่า คือการห้ามปฏิบัติต่อมนุษย์เยี่ยงสัตว์ หรือเยี่ยงทาส เช่น จะนำมนุษย์มาทดลองเหมือนสัตว์ไม่ได้ และจะใช้สิทธิที่ได้รับการรับรองนี้ทำสิ่งใดก็ได้ แต่ต้องไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น ประกอบด้วย

มาตรา 4 ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิและเสรีภาพของบุคคล ย่อมได้รับความคุ้มครอง

มาตรา 26 การใช้อำนาจโดยองค์กรของรัฐทุกองค์กร ต้องคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ และเสรีภาพ ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้

มาตรา 27 สิทธิและเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้รับรองไว้โดยชัดแจ้งโดยปริยาย หรือโดยวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ย่อมได้รับความรับรอง และผูกพัน รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และองค์กรอื่นของรัฐโดยตรงในการตรากฎหมายการใช้ข้อบังคับกฎหมายและการตีความกฎหมายทั้งปวง

มาตรา 28 บุคคลย่อมอ้างศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หรือใช้สิทธิและเสรีภาพของตนได้เท่าที่ไม่ละเมิดสิทธิ และเสรีภาพของบุคคลอื่น ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ หรือไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชนบุคคลที่ถูกละเมิดสิทธิ หรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญนี้รับรองไว้สามารถยกบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อใช้สิทธิทางศาล หรือยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้คดีในศาลได้

มาตรา 29 การจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลที่รัฐธรรมนูญนี้รับรองไว้จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อการที่รัฐธรรมนูญนี้กำหนดไว้และเท่าที่จำเป็นเท่านั้น  และจะกระทบกระเทือนสาระสำคัญแห่งสิทธิเสรีภาพนั้นมิได้

           กฎหมายตามวรรคหนึ่ง ต้องมีผลใช้บังคับเป็นการทั่วไป และไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีหนึ่ง ต้องมีผลใช้บังคับเป็นการทั่วไป และไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีหนึ่งหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเจาะจง ทั้งต้องระบุบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญที่ให้อำนาจในการตรากฎหมายนั้นด้วย

          บทบัญญัติวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้นำมาบังคับกับกฎหรือข้อบังคับ ที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนั้นมีผู้ให้คำจำกัดความไว้หลากหลาย แต่พอกล่าวไว้ว่า ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์นั้นเป็นคุณค่าที่มีลักษณะเฉพาะอันสืบเนื่องมาจากความเป็นอยู่ และเป็นคุณค่าที่ผูกพันอยู่ เฉพาะกับความเป็นมนุษย์เท่านั้นโดยไม่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขอื่นใดทั้งสิ้น เช่น  เชื้อชาติ ศาสนา คุณค่าของมนุษย์ดังกล่าวนี้ มีความมุ่งหมายเพื่อให้มนุษย์มีความอิสระ ในการที่จะพัฒนาบุคลิกภาพส่วนตัว ของบุคคลนั้นๆ ภายใต้ความรับผิดชอบของตนเอง โดยถือว่า “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” เป็นคุณค่าที่มิอาจจะล่วงละเมิดได้

          มนุษย์ มีคุณลักษณะส่วนบุคคลที่สามารถดำเนินชีวิตด้วยความรับผิดชอบของตนเอง และมีความเป็นอิสระที่จะพัฒนาบุคลิกภาพภายใต้ความรับผิดชอบและการตัดสินใจของตนเอง มนุษย์จึงมีสิทธิและเสรีภาพ โดยไม่ล่วงละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น นั่นก็คือการเคารพในคุณค่า และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่นนั่นเอง

สิทธิและเสรีภาพ

สิทธิ ในทางกฎหมาย คือ อำนาจที่กฎหมายรับรองคุ้มครองให้แก่บุคคลเพื่อเรียกร้องให้บุคคลอื่นกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง สิทธิจึงก่อให้เกิดหน้าที่แก่บุคคลอื่นด้วย เช่น สิทธิตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ

เสรีภาพ หมายถึง สภาพการณ์ที่บุคคลมีอิสระที่จะกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามความประสงค์ของตน

สิทธิและเสรีภาพ จึงเป็นคำที่ใช้ควบคุมไปกับคำอธิบายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิและเสรีภาพที่จะก่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติได้ จะต้องอาศัยพื้นฐานจากหลักความเสมอภาค และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ก็เป็นรากฐานของสิทธิและเสรีภาพทั้งปวงด้วย ดังนั้นการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จึงจะรวมได้ถึงการละเมิดในสิทธิและเสรีภาพของมนุษย์นั่นเอง การกระทำใดๆ ก็ตาม ที่ทำให้คุณค่าของความเป็นคนถูกลดคุณค่าลง ถือว่าเป็นการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เช่นกัน

ข้อสังเกตุบางประการที่น่าพิจารณาเกี่ยวกับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

– ในกรณีที่บุคคลไม่สามารถพัฒนาบุคลิกภาพของตนเองได้ เช่น จิตบกพร่อง จิตผิดปกติ จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ให้ถือว่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ยังดำรงอยู่บุคคลนั้นอย่างสมบูรณ์

– การที่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง จะสร้างความเสื่อมเสียให้แก่ตนเอง เช่นใช้สิทธิและเสรีภาพในทางที่ผิดเป็นอาชญากร สร้างความอับอาย สร้างความเสื่อมเสียให้กับตนเองและวงศ์ตระกูล การกระทำเช่นนั้นย่อมเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าบุคคลนั้นมีศักดิ์ศรีที่จะกำหนดตนเองได้อย่างอิสระ เพียงแต่บุคคลนั้นใช้สิทธิและเสรีภาพไปในทางไม่ถูกต้อง หรือใช้ในทางที่ผิดนั่นเอง

– บทบัญญัติ ข้อกฎหมายใดๆ ของรัฐที่เกิดขึ้น ถือเป็นภาระหน้าที่ของรัฐที่จะต้องให้ความคุ้มครองโดยอำนาจรัฐ เช่น เด็กในครรภ์ การทำแท้ง ถือว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย เพราะเด็กมีสิทธิที่จะมีชีวิตอยู่และรัฐก็ให้ความคุ้มครองชีวิตดังกล่าวด้วย รวมทั้งการคุ้มครองผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว การใช้ประโยชน์จากศพเพื่อการใดก็ตามก็ถือเป็นการละเมิด นอกจากกรณีที่ผู้ตายได้อุทิศร่างกายของตนเพื่อศึกษาวิชาทางการแพทย์

สรุปกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (IHL)

1.การเคารพชีวิตทหาร พลเรือน

2.การเคารพสัญลักษณ์กาชาด

3.ห้ามทำร้ายคนที่วางอาวุธ

4.ช่วยคนบาดเจ็บ รักษาพยาบาล

5.การแบ่งเขตระหว่างทหารและพลเรือน

6.การจำกัดวิธีการทำสงคราม


trends betty boop tattoo trends hot vidio trends free porzo trends ginger bbw trends sopizzas trends escotes xxx

 59,325 total views,  1 views today